สำหรับผมที่มีอายุอยู่ 20 ปลายๆ ซีรีย์เกม MU ถือเป็นซีรีย์เกมที่อยู่คู่กับอายุมาอย่างช้านาน ใครจะไปนึกว่าหนึ่งในเกม MMORPG ยุคนั้นจะสามารถทะยานไกลมาจนถึงยุคนี้ได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว และเกมล่าสุดของซีรีย์นี้อย่าง MU ORIGIN 2 ก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าซีรีย์นี้ยังไปต่อได้อีกยาวๆ หลังจากตัวเกมเปิดให้บริการในจีนมาซักพัก Webzen ก็จัดแจงพาตัวเกมกลับมาสู่แดนโสมขาว และเปิดเวอร์ชั่นเกาหลีให้เล่นเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งวันนี้ผมก็จะขอหยิบเกมเกมนี้มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน

Advertisement

เกี่ยวกับตัวเกม

MU ORIGIN 2 เป็นเกมมือถือแนว MMORPG ที่มีเรื่องราวเล่าถึงจอมมารผู้ถูกปิดผนึก Kundun ได้ทำการดูดกลืนความสิ้นหวัง และความทุกข์ยากของเหล่าผู้คนจนปลดผนึกออกมาได้ และเราก็คือเหล่านักรบจากเทวทูตที่จะทำการปิดผนึกมันลงอีกครั้ง โดยเรื่องราวของเกม MU ORIGIN 2 ถือเป็นเรื่องราวที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก แต่สิ่งที่น่าสนใจของมันก็คืองานออกแบบ ที่ถ้าใครติดตามซีรีย์นี้มาตั้งแต่ต้น ทุกสิ่งอย่างที่เราเห็นมันแทบไม่แตกต่างไปแต่ก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นธีมโลก เหล่าตัวละคร อุปกรณ์สวมใส่ รวมไปถึงเหล่ามอนสเตอร์ต่างๆ ก็ต่างคุ้นหน้าคุ้นตาพวกเราเป็นอย่างดีอย่างแน่นอน

สิ่งแรกที่ผมในเกม MU ORIGIN 2 ก็คือ “กราฟฟิก” และ “มุมกล้อง” โดยกราฟฟิกของเกมเกมนี้ถ้าพูดตามตรงมันก็ไม่ได้ยอดเยี่ยมไปกว่าเกม MMORPG เกมอื่นๆ เลย แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือรายละเอียดเล็กๆ น้อย และเอกลักษณ์ที่เห็นปุ๊บแล้วเรารู้สึกว่าเหล่าทีมงานได้สร้างมันขึ้นมาอย่างละเอียด โดยเฉพาะพวกมอนสเตอร์ ที่จัดความอลังการให้เราได้สัมผัสตั้งแต่ช่วงต้นๆ เกม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยกราฟฟิกที่ไม่ได้ดีเด่นกว่าเกมในตลาดเท่าไหร่ MU ORIGIN 2 กลับใช้วิธีการอันชาญฉลาด อย่างการล็อคมุมกล้องเข้ามาช่วย ทำให้ตัวเกมไม่สามารถเปลี่ยนมุมกล้องได้ ซึ่งนั่นหมายความว่า มุมกล้องที่เราเล่นอยู่ถือเป็นมุมมองการเล่นที่ดี และสวยที่สุดแล้ว และเราก็ไม่ต้องยุ่งยากอะไรกับมันมากนัก

เรื่องต่อมา คือเรื่องของ “ตัวเกม” โดยเปิดเกมมาเราจะได้เลือกตัวละครจาก 3 สายอาชีพเบื้องต้น ซึ่งจะประกอบไปด้วย นักรบ นักเวทย์ และนักธนู ซึ่งแต่ละสายอาชีพก็ล้วนมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันออกไป สำหรับในส่วนของ “เกมเพลย์” ตัวเกมจะเน้นระบบการเล่นแบบวิ่งเควสเป็นหลัก คือเราแค่เลือกเควสที่ต้องทำ ตัวระบบก็จะคอยนำทาง และเข้าจัดการเป้าหมายต่างๆ ให้อัตโนมัติ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากๆ ของเกมเกมนี้ก็คือ “ระบบปลดล็อค” โดยส่วนใหญ่การปลดล็อคระบบของเกมอื่นๆ จะใช้การปลดตามเลเวล ตามด่าน หรือตามเนื้อเรื่อง แต่ใน MU ORIGIN 2 จะใช้จำนวนเควสที่ทำสำเร็จในการปลดล็อค ซึ่งเราจะเห็นได้จากทางด้านขวามือ ว่าเราจะต้องทำเควสอีกเท่าไหร่ถึงจะปลดล็อคมันได้ จัดว่าเป็น 1 ไอเดียดีๆ ที่ทำให้ผู้เล่นอย่างเราๆ อยากเล่นเกมนี้ต่อไปได้อย่างไม่ธรรมดาทีเดียว

แน่นอนว่าถ้าพูดเกมแนว MMORPG เราคงจะไม่พูดถึงเกี่ยวกับ “ระบบอัพเกรด” ก็คงไม่ได้ ตัวเกมมีระบบอัพเกรดให้เราได้ไล่ฟาร์มเยอะอยู่พอสมควรทีเดียว แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว เราจะมายุ่งเกี่ยวกับในส่วนของสกิลเป็นหลัก ซึ่งการอัพเกรดสกิลของเกมนี้จะใช้เพียงแค่เงินเท่านั้นในการอัพเกรด ในส่วนต่อมาที่เราจะวุ่นที่สุดก็คือพวกอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ ที่สามารถอัพเกรดได้ตั้งแต่ตีบวก ไปจนถึงใส่ออฟชั่น นอกจากนี้ยังมีระบบคราฟของ และระบบปีก ที่โดดเด่นที่สุดของเกมเกมนี้ โดยปีกของเราจะวิวัฒนาการตามที่เราอัพเดท ซึ่งยิ่งปีกมีระดับสูงเท่าไหร่ ความงดงาม ความดุดัน ความอลังการของมันก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น ส่วนในด้าน “โหมดการเล่น” ตัวเกมค่อนข้างใส่มาให้อย่างครบถ้วนทั้ง PVP ไปจนถึง PVE ที่เราจะได้เจอตั้งแต่การลงดันเจี้ยน ไปจนถึงระบบปีนหอคอยเลยละ

MU ORIGIN 2 ภาคต่อเกมมิวที่สนุกที่สุด

โดยส่วนตัวผมแล้ว MU ORIGIN 2 ค่อนข้างพัฒนาตัวเกมออกมาได้อย่างลงตัว แน่นอนว่าระบบการเล่นของมันแทบไม่ต่างไปจากเกมมือถือแนว MMORPG เกมอื่นๆ ที่อยู่ในตลาดตอนนี้เลย แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้มันยอดเยี่ยม นั่นก็คือความลึกและความชัดเจนในเอกลักษณ์ของเกม ผมจะรู้สึกถึงความซ้ำซากทุกครั้งที่ต้องสัมผัสเกมแนวๆ นี้ แต่กับ MU ORIGIN 2 ผมกลับไม่รู้สึกแบบนั้น แต่กลับรู้สึกตื่นเต้นไปกับตัวเกมเสียมากกว่า ซึ่งนั่นคงต้องให้เครดิตเหล่าทีมงาน ที่ยังคงหนักแน่นในธีม และงานออกแบบของตัวเอง จนมันสามารถเฉิดฉายออกมาได้ในหมู่เกมที่มีลักษณะคล้ายๆ กันไปหมดในตอนนี้

ลิงก์ดาวน์โหลด

btn_applestore_off btn_googlestore_offbtn_apk_off